ความจริงที่ต้องอ่าน!

posted on 19 Sep 2011 02:11 by mintkei  in korea
 
 
 
 
มีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่แต่งจากเรื่องจริง
และถูกเขียนป้ายสีแดงไว้ว่า ความจริงที่ต้องอ่าน!
ซึ่งชีวิตเราก็ไม่ต่าง
 

ชื่อเพลง Unnamed Song ของ ปาร์คยูชอน
(ปัญหาดงบังชินกิที่ฟ้องค่ายของตัวเอง)

.
.
 
 
 
    
 
 
 
เนื้อเพลง Unnamed Song
 
.
.
.
 

ผมเคยบอกคุณเรื่องนี้หรือเปล่า

 

หลังจากช่วงเวลาฝึกฝนสองสามเดือนในปี 2003 พวกเราสมาชิกในทีมเสร็จสิ้นภารกิจชิ้นแรกของเราอย่างง่ายดาย

ในปี 2004 พวกเราเป็นทีมที่แข็งแกร่งแห่งเดือน ได้รับความสำเร็จนับไม่ถ้วน แต่พวกเราไม่ได้พอใจอยู่เพียงแค่นั้น

พวกเราไม่สามารถเก็บกักตัวเองไว้ได้และพวกเราเริ่มอยากจะได้มากกว่าเดิม

 

2005 พวกเราเริ่มทำงานในต่างประเทศ พวกเราคิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ดีเหมือนที่เป็นในเกาหลี

ความพยายามแรกของพวกเรา พวกเราได้รับผลที่แย่ที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้ และนั่นคือช่วงเวลาที่ความมั่นใจของผมเริ่มลดลง

 

ภาษาที่เราไม่อาจพูดได้

ทุกวันพวกเราจะอยู่แต่ในที่พักหรือไม่ก็ที่ทำงาน

การกักขังที่พวกเขาอ้างว่ามันไม่ใช่การกักขัง บอกว่ามันดีต่อพวกเราเอง

 

ความอ้างว้าง น้ำตา ความโกรธเกรี้ยวอันมากมายมหาศาล

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เราเป็นหนึ่งเดียว

พูด…ว่าเราจะไม่แยกจากกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

พูด…ว่าเราควรจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

พูด…ว่าเราควรจะทำในสิ่งดีๆของกันและกัน

พวกเราพูดสิ่งเหล่านี้ในใจของเราและวิ่งต่อไป

 

วันหนึ่ง…ในที่สุดพวกเราก็ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่เราต้องการจริงๆ

พวกเราแต่ละคนหยิบโทรศัพท์และติดต่อครอบครัวของเราและเพื่อนๆ

 

ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง

จากนั้นเป็นต้นมา ทุกสิ่งก็เริ่มเป็นไปด้วยดี

 

แผ่นซีดีขายได้เป็นแสนๆ ชนะรางวัลทุกรางวัลที่มีอยู่และเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแรงงานของเรา

มันรู้สึกราวกับว่าถึงแม้เราจะร้องไห้ น้ำตาเหล่านั้นก็หยดอย่างเบาบาง

 

เหตุที่เรามีความสุขยิ่งกว่าความสำราญหรือความเศร้า

พวกเรา ผู้ซึ่งไม่เคยยอมแพ้และวิ่งต่อไปจนถึงที่สุด

เหตุผลที่เราเข้มแข็งยิ่งกว่าสิ่งใด เป็นเพราะพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

คุณเปลี่ยนไปแล้ว (ผมไม่สามารถอยู่ในจุดนั้นได้ตลอดกาล)

ผมจะเป็นคนแรกที่หันหลังให้กับคุณ (ผมไม่สามารถเช็ดน้ำตาได้ตลอดไป)

ผมจะเรียกชื่อคุณออกมา ถึงแม้ว่าคุณจะออกห่างไปไกลเรื่อยๆ (บินขึ้นไปให้สูงเสียดฟ้า)

 

พวกเราได้วิ่งมาระยะหนึ่งแล้ว

เมื่อพวกเราถูกห้่อมล้อมไปด้วยไปด้วยกำแพงสูงใหญ่อันไม่ได้คาดฝัน

ความคิดที่ว่า “มันช่างมืดหม่นอย่างนี้มาตลอดหรือเปล่านะ” วนเวียนอยู่ในหัวของผมมานาน

 

ครั้งหนึ่ง เมื่อมันเกิดขึ้น

ด้วยค่าใช้จ่ายทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น และหนี้สิ้นที่พอกผูน

สถานการณ์กลายเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง

 

CEO ของเราเคยพูดกับพวกเราครั้งหนึ่งว่า

บอกผมหากคุณต้องการสิ่งใด เพราะว่าเราจะเป็นครอบครัวของกันและกันตลอดไป

 

บอกผมหากคุณต้องการสิ่งใด

เพราะว่าจำคำเหล่านั้นได้ ผมจึงรวบรวมความกล้าโทรหาเขาและขอให้เขาช่วย

 

ถึงแม้ว่าผมจะมีความรู้สึกแปลกในใจ เขาเป็นคนเดียวที่ผมสามารถเชื่อใจได้ในตอนนั้น

เพราะว่าเราเป็นครอบครัวที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป

 

ถึงแม้ว่าผมได้รวบรวมความกล้าเพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจากเขา สิ่งที่ผมได้รับทั้งหมดคือการปฏิเสธอย่างเย็นชา

คำพูดของเขาทำให้ผมโกรธมาก แต่ผมอดกลั้นไว้และขอให้เขาช่วยอีกครั้ง

 

เขาวางสายใส่ผม

 

ผมไม่สามารถหยุดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบหน้าได้

ผมไม่สามารถคิดอะไรได้เพราะเขาไม่ใช่ครอบครัวที่ผมเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าเขาเป็น จนกระทั่งถึงตอนนั้น

 

เมื่อเขาต้องการเรา เราเป็นครอบครัวของเขา เมื่อเราต้องการเขา เรากลับกลายเป็นคนแปลกหน้า

 

สิ่งที่น่าอัศจรรย์ไปมากกว่านั้นเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

เมื่อได้ยินว่าในที่สุดเราก็ประสบความสำเร็จในต่างประเทศและนำพาซึ่งผลลัพธ์มูลค่ามหาศาลที่ไม่อาจคาดคิดถึงได้

ฤดูใบไม้ผลิผมเดินเข้าไปในบริษัทเพื่อจะรับค่าแรงของผม

 

สมาชิกในทีมของเราต่างก็มองกันและกันด้วยสายตาที่ตื่นเต้น

เราชมเชยกันเองว่าพวกเราทำงานหนักกันมามากแค่ไหน

 

แต่ยอดบัญชีที่เราได้รับบอกว่าเรายังคงค้างหนี้! 

ผมคิดว่าผมเห็นตัวเลขผิดไป ดังนั้นผมเลยตรวจมันอีกครั้ง

ทุกสิ่งทุกอย่างรวมอยู่เป็น ค่าใช้จ่าย

ให้ตายซิ ทำไมเงินทั้งหมดกลับกลายเป็นค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายอะไรกันที่ทำให้เงินจำนวนมากขนาดนั้นหายไป?

 

ผมไม่อาจเชื่อสายตาตัวเอง ดังนั้นผมจึงขอให้พวกเขาแสดงรายละเอียดของบัญชีที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

พวกเขาบอกผมว่าพวกเขาจะเอามาให้ผมดู แต่สุดท้ายแล้วผมไม่เคยได้เห็นแผ่นกระดาษพวกนั้น เนื่องจากผมได้แต่ทำงานเท่านั้น

 

คำถามทั้งหลายเติบโตขึ้นในใจผมเมื่อเวลาผ่านไป

อาการปวดหัวมีมากขึ้นเมื่อสมาชิกในทีมของเรามารวมตัวกันและคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

ถ้าหากผมจะพูดได้เป็นครั้งสุดท้าย

สิ่งที่พวกเราทำให้บริษัท

เป็นสิ่งที่สำหรับบริษัทจริงๆเท่านั้นซินะ?

 

แน่นอน เอาเป็นว่ามันใช่ก็แล้วกัน พวกเราจะใจดี จะปล่อยมันไว้อย่างนั้น

พวกเราจะลืมมันไปซะ สำหรับบริษัท และสำหรับพวกเราเอง ที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี

แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง พวกมันไม่ใช่สิ่งที่คุณควรจะพูดกับเรา

 

พวกคุณกำลังวางแผนเพื่อทำให้เราผิดหวังจริงๆจนถึงหยดสุดท้ายเลยหรือไร?

เมื่อคุณโทรมา สิ่งเดียวที่คุณทำคือพูดจาลับหลังสมาชิกคนอื่นในวงให้เราฟัง มันยากที่จะเชื่อคุณ

 

นี่เป็นเหมือนกับสิ่งที่รุ่นพี่ของเราเคยบอก พวกเขาแค่อยากจะเก็บคนที่ทำเงินเอาไว้

รุ่นพี่คนหนึ่งบอกผมว่าครอบครัวที่บริษัทพูดถึงมาตลอด จะทำให้มันกลายเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะอยู่รอดได้ถ้าหากเราออกจากบริษัท

คำพูดเหล่านั้นไม่ยอมออกไปจากความคิดผมเสียที

 

ถึงแม้ว่ามันจะมีอีกหลายสิ่งที่ผมอยากจะพูด

ผมคงไม่สามารถพูดได้เพราะผมรู้สึกท้อแท้เมื่อคิดถึงว่าคงมีบางคนที่จะทรมานพวกเรายิ่งกว่าเดิมเมื่อเพลงนี้ออกมา

 

ไม่ว่าอย่างไร ถึงแม้ว่าชีวิตจะยากเย็น พวกเราจะทำงานหนักและทำให้ได้ดี

พวกเราจะพยายามยิ้มถึงแม้ว่าเราจะทนทรมานต่อไปเพราะคนบางคน

 

ความพยายามของเราไม่ใช่ความพยายามเพื่อผลิตสินค้าเท่านั้น

มันเป็นความพยายามที่ถูกผลักดันจากความคิด

ที่ว่าเราอยากจะตายโดยไม่เสียดายเมื่อเราจากโลกนี้ไป

 

-บันทึกเหตุการณ์โดยยูชอน-

 

ใช่ ในที่สุด มันคือ JYJ

 

เมื่อวานและวันพรุ่งนี้ ถึงแม้ว่าผมจะได้คิดถึงมันมาตลอดทั้งวัน

ผมสามารถรู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างแต่ก่อนกับตอนนี้ ขณะที่ผมอายุ 25

 

ผมจะวางปากกาด้ามนี้ลงแล้ว

แต่ผมมันก็เบาใจลง ณ ตอนนี้

 

เพราะว่าผมสามารถรู้สึกได้ถึงความรักจากแฟนๆของพวกเรา…

ผมกำลังคิดถึงการแบ่งปันสิ่งที่ผมได้เก็บไว้ในใจตลอดเวลาที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นเรื่องง่าย แต่ผมก็เบาใจลงได้

ผมมีความสุขเพราะพวกเรามีแฟนๆของเราเป็นครอบครัวของเรา

ผมคิดถึงพวกคุณทั้งหมดเช่นนั้น…

ผมรักพวกคุณ

 

พวกคุณจะเชื่อพวกเราจะถึงที่สุดได้ไหม

คุณจะบอกเราว่าคุณรักเรา

เราจะทำงานให้หนักขึ้นตลอดไป เพื่อให้คุณสามารถอยู่เคียงข้างเรา

 

เพราะเรายังคงมีพวกคุณ

และพวกคุณยังคงมีเรา

 

ผมสัญญา ผมจะแสดงให้คุณได้เห็นทุกอย่างในที่สุด

ใช่ครับ พวกเราคือ JYJ

 

“พวกคุณได้สร้างกำแพงปราสาทและปิดประตูอย่างแน่นหนา

พวกเขาต่างบอกว่าความรักไม่ใช่การกักขัง

รักคือการให้อิสระโบยบินไป

แต่ผมไม่ได้คาดหวังมากมายขนาดนั้น

สำหรับพวกเรา ที่คุณได้สร้างขึ้น คงไม่มีค่าแม้กระทั่งครึ่งของครึ่งของเสี้ยวนั้น

เราไม่ใช่อะไรเลยนอกจากกบในกะลาตลอดกาล”

(ตัดมาจากละครเวที “Mozart!”)

 

ถึงแม้ว่าผมจะมีเรื่องราวอีกมากมายที่อยากจะพูด

ผมจะหยุดที่ตรงนี้




I can soar

posted on 17 Apr 2011 08:04 by mintkei  in korea

 

 

  

 

Listen, I know tomorrow
Holds the key to any sorrow
That’s why it’s all okay
Then, now and always

Cause I…
I’m right here standing
That’s how I know I can withstand
Anything that may come,
A wind or a fall

I can soar

I can soar

 

ฟังเอาไว้นะ ฉันรู้ดีว่าวันพรุ่งนี้
จะต้องมีเรื่องเจ็บปวดใดๆรออยู่
เพราะฉะนั้นไม่เป็นไรหรอก
ไม่ว่าจะตอนนั้น ตอนนี้ หรือต่อไป

เพราะฉัน…
ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว
นั่นแหละคือวิธีที่ฉันรู้ว่าจะสามารถอดทน
ต่อทุกสิ่งที่เข้ามาได้
ไม่ว่าลมจะพัดหรือฉันจะหกล้ม
ฉันก็จะทะยานขึ้นไปได้อยู่ดี

ฉันจะทะยานขึ้นไป

ทะยานขึ้นไป